Chrio clinic

บทความ

คลิกเพื่ออ่านหัวข้อที่สนใจ

Chrio Men’s Health Series | Q&A
สุขภาพเพศที่ดี…เริ่มต้นจากสุขภาพกายที่ดี
คำถามที่ผู้ชายวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด

Q&A 02: หมอครับ ทำไมผู้ชายวัย 40+ ถึงเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนเดิม?

“เมื่อก่อนทำงานทั้งวันก็ยังมีแรง”
“นอนดึกก็ยังตื่นไหว”
“ออกกำลังกายแค่นี้สบายมาก”
“เรื่องสุขภาพเพศไม่เคยต้องกังวล”

หลายคนอาจเคยพูดประโยคเหล่านี้กับตัวเองค่ะ

แต่พออายุเริ่มเข้าใกล้ 40 ปี หรือผ่าน 40 ปีขึ้นไป กลับเริ่มรู้สึกว่า “ร่างกายไม่เหมือนเดิม”

เหนื่อยง่ายขึ้น
ออกกำลังกายแล้วไม่อึดเหมือนก่อน
ฟื้นตัวช้าลง
เริ่มลงพุงง่าย
มวลกล้ามเนื้อลดลง
นอนหลับไม่สนิท
สมาธิไม่คมเหมือนเดิม
อารมณ์หงุดหงิดง่ายขึ้น
และสุขภาพเพศก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

บางคนยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ยังทำงานได้ ยังมีกิจกรรมได้ แต่ลึก ๆ รู้สึกว่า “ตัวเองไม่เหมือนเดิมแล้ว”

คำถามคือ เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องอายุจริงไหม?

คำตอบคือ อายุมีส่วนค่ะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ในมุมของหมอ สิ่งที่ทำให้ผู้ชายวัย 40+ เริ่มรู้สึกเปลี่ยนไป มักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลจากหลายระบบในร่างกายที่เริ่มเปลี่ยนพร้อมกัน ทั้งฮอร์โมน หลอดเลือด มวลกล้ามเนื้อ ระบบเผาผลาญ การนอน ความเครียด และพลังงานระดับเซลล์

และหลายครั้ง ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะสะท้อนออกมาผ่าน “สุขภาพเพศ” ก่อนที่ผู้ชายจะเริ่มสนใจสุขภาพตัวเองอย่างจริงจัง


1. ฮอร์โมนเพศชายเริ่มเปลี่ยน

ฮอร์โมนเพศชาย หรือ Testosterone ไม่ได้เกี่ยวข้องแค่เรื่องเพศอย่างเดียวค่ะ

Testosterone มีบทบาทกับหลายระบบของร่างกาย เช่น พลังงาน มวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง การเผาผลาญไขมัน อารมณ์ สมาธิ ความมั่นใจ คุณภาพการนอน และสุขภาพเพศ

เมื่อผู้ชายอายุมากขึ้น ระดับฮอร์โมนเพศชายอาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงได้ในบางคน โดยเฉพาะถ้ามีปัจจัยร่วม เช่น นอนน้อย เครียดเรื้อรัง น้ำหนักเกิน ไขมันหน้าท้องสูง ดื้อต่ออินซูลิน หรือไม่ค่อยออกกำลังกาย

อาการที่ผู้ชายหลายคนเริ่มสังเกตได้ เช่น

แรงไม่เหมือนเดิม
ตื่นเช้าไม่สดชื่น
กล้ามเนื้อขึ้นยากกว่าเดิม
ลงพุงง่ายขึ้น
ความต้องการลดลง
ความมั่นใจลดลง
อารมณ์แกว่งง่าย
สมาธิลดลง
ฟื้นตัวหลังออกกำลังกายช้าลง

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปเองว่า “อาการแบบนี้คือฮอร์โมนต่ำแน่นอน” เพราะการวินิจฉัยภาวะ Testosterone deficiency ควรดูทั้งอาการและระดับ Testosterone ที่ต่ำอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ โดยควรตรวจในช่วงเช้าและประเมินโดยแพทย์ค่ะ แนวทางของ Endocrine Society แนะนำให้วินิจฉัยเมื่อมีทั้งอาการที่สอดคล้องกันและค่าฮอร์โมนที่ต่ำอย่างชัดเจน ไม่ใช่ดูจากความรู้สึกอย่างเดียว 

ดังนั้น ถ้าผู้ชายวัย 40+ เริ่มรู้สึกว่า “แรงตก ไม่คม ไม่มั่นใจเหมือนเดิม” การตรวจฮอร์โมนจึงเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ควรพิจารณา แต่ต้องดูร่วมกับระบบอื่นเสมอ


2. หลอดเลือดเริ่มทำงานได้ไม่ดีเหมือนเดิม

สุขภาพเพศชายเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดมากกว่าที่หลายคนคิดค่ะ

การแข็งตัวที่ดีต้องอาศัยการไหลเวียนเลือดที่ดี หลอดเลือดที่ยืดหยุ่น และการตอบสนองของผนังหลอดเลือดที่เหมาะสม

หนึ่งในสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการขยายตัวของหลอดเลือดคือ Nitric Oxide หรือ NO ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดผ่อนคลายและเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีภาวะ oxidative stress มากขึ้น ความสามารถของหลอดเลือดในการขยายตัวอาจลดลงได้ งานทบทวนในวารสารทางการแพทย์ระบุว่า การลดลงของ nitric oxide bioavailability เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ endothelial dysfunction ตามวัย 

เมื่อหลอดเลือดเริ่มทำงานได้ไม่ดีเหมือนเดิม ผลกระทบไม่ได้เกิดเฉพาะเรื่องสุขภาพเพศ แต่ยังอาจเกี่ยวกับอาการอื่น ๆ เช่น

เหนื่อยง่ายขึ้น
ออกกำลังกายไม่อึด
ฟื้นตัวช้าลง
สมองไม่ปลอดโปร่ง
รู้สึกพลังงานลดลง
ความมั่นใจทางเพศเปลี่ยนไป

นี่เป็นเหตุผลที่หมอมักอธิบายว่า สุขภาพเพศชายอาจเป็นเหมือน “กระจกสะท้อนสุขภาพหลอดเลือด”

สมาคมระบบทางเดินปัสสาวะอเมริกันระบุว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือภาวะสุขภาพอื่นที่ซ่อนอยู่ได้ และในผู้ชายที่มีปัญหานี้ควรได้รับการประเมินสุขภาพร่วมด้วย 

ดังนั้น ถ้าผู้ชายวัย 40+ เริ่มรู้สึกว่าสมรรถภาพไม่เหมือนเดิม อย่ามองแค่เรื่องปลายทาง แต่ควรมองย้อนกลับมาที่สุขภาพหัวใจและหลอดเลือดด้วย


3. มวลกล้ามเนื้อเริ่มลดลง ระบบเผาผลาญจึงเปลี่ยน

หลังอายุประมาณ 30–40 ปี ร่างกายจะค่อย ๆ มีแนวโน้มสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงได้ โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ออกกำลังกายแบบแรงต้านหรือได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ ข้อมูลจากงานวิจัยใน NIH ระบุว่า มวลกล้ามเนื้ออาจลดลงประมาณ 3–8% ต่อทศวรรษหลังอายุ 30 ปี และลดลงเร็วขึ้นหลังอายุ 60 ปี 

กล้ามเนื้อไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่างนะคะ

กล้ามเนื้อเป็นเหมือน “เครื่องยนต์เผาผลาญ” ของร่างกาย เมื่อมวลกล้ามเนื้อลดลง การเผาผลาญพลังงานก็มีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย

สิ่งที่ผู้ชายหลายคนเริ่มเจอคือ

กินเท่าเดิม แต่น้ำหนักขึ้นง่ายขึ้น
หน้าท้องเริ่มมา
ไขมันลดยากขึ้น
ออกกำลังกายแล้วไม่เฟิร์มเหมือนเดิม
แรงตกง่าย
ฟื้นตัวหลังออกกำลังกายช้าลง

เมื่อไขมันหน้าท้องเพิ่มขึ้น ระบบอินซูลินและการอักเสบระดับต่ำในร่างกายก็อาจถูกรบกวนมากขึ้น และทั้งหมดนี้สามารถย้อนกลับไปกระทบฮอร์โมนเพศชาย หลอดเลือด และสุขภาพเพศได้อีกทอดหนึ่ง

พูดง่าย ๆ คือ กล้ามเนื้อลดลงไม่ได้ทำให้แค่รูปร่างเปลี่ยน แต่ทำให้ระบบเผาผลาญ ฮอร์โมน พลังงาน และความมั่นใจเปลี่ยนไปด้วย


4. พลังงานระดับเซลล์เริ่มลดลง

ผู้ชายหลายคนไม่ได้บอกหมอว่า “ผมป่วย”
แต่จะบอกว่า

“ผมล้าง่ายกว่าเดิม”
“ทำงานครึ่งวันก็เริ่มหมดแรง”
“ออกกำลังกายแล้วล้าไปหลายวัน”
“นอนแล้วก็ยังไม่สดชื่น”

อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือระบบพลังงานระดับเซลล์ โดยเฉพาะการทำงานของไมโตคอนเดรีย ซึ่งเปรียบเหมือนโรงงานผลิตพลังงานของเซลล์

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายอาจมีความสามารถในการสร้างและใช้พลังงานลดลงได้ในบางคน โดยเฉพาะถ้ามีปัจจัยร่วม เช่น นอนน้อย เครียดสูง น้ำตาลแกว่ง อักเสบเรื้อรัง หรือออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงอาจไม่ใช่แค่ “ขี้เกียจ” หรือ “ไม่ฟิต” แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายอาจต้องการการดูแลเรื่องพลังงาน การนอน โภชนาการ และการฟื้นตัวอย่างเป็นระบบ

หลายคนผลตรวจสุขภาพประจำปีดูเหมือนปกติ แต่ยังรู้สึกว่า “ร่างกายไม่สด” เพราะผลตรวจทั่วไปอาจยังไม่ได้สะท้อนเรื่องคุณภาพการนอน ฮอร์โมน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ความเครียด หรือพลังงานระดับเซลล์อย่างละเอียด


5. การนอนและความเครียดเริ่มสะสม

ผู้ชายวัย 40+ หลายคนอยู่ในช่วงที่ภาระชีวิตสูงที่สุดช่วงหนึ่งค่ะ

งานหนักขึ้น
ความรับผิดชอบมากขึ้น
ครอบครัวต้องดูแล
ความกดดันทางการเงิน
เวลาส่วนตัวน้อยลง
ออกกำลังกายน้อยลง
นอนดึกบ่อยขึ้น

ทั้งหมดนี้ทำให้ร่างกายอยู่ในโหมดตื่นตัวนานเกินไป

ถ้านอนหลับไม่ลึก ตื่นกลางดึก หรือพักผ่อนไม่พอ ร่างกายจะฟื้นฟูฮอร์โมน ระบบประสาท กล้ามเนื้อ และพลังงานได้ไม่เต็มที่

ผลลัพธ์คือผู้ชายหลายคนเริ่มรู้สึกว่า

ตื่นมาไม่สดชื่น
หงุดหงิดง่าย
สมองล้า
ความต้องการลดลง
ออกกำลังกายแล้วไม่ฟื้น
และสุขภาพเพศไม่เป็นธรรมชาติเหมือนเดิม

การนอนจึงไม่ใช่เรื่องเล็กค่ะ

ใน Chrio Men’s Health เรามักดูเรื่องการนอนร่วมกับฮอร์โมนและหลอดเลือดเสมอ เพราะถ้านอนไม่ดี ต่อให้ดูแลระบบอื่นมากแค่ไหน ร่างกายก็อาจยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่


6. การอักเสบเรื้อรังที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

อีกปัจจัยที่ทำให้ผู้ชายวัย 40+ รู้สึกไม่เหมือนเดิม คือการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำในร่างกาย

หลายคนไม่ได้มีอาการปวด บวม แดง หรือไข้ แต่มีปัจจัยเสี่ยงสะสม เช่น

ไขมันในช่องท้อง
น้ำตาลสูง
ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ความดันโลหิตสูง
ไขมันในเลือดสูง
ไขมันพอกตับ
กรดยูริกสูง
สูบบุหรี่
ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย
เครียดสะสม
นอนหลับไม่มีคุณภาพ

ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะอักเสบระดับต่ำต่อเนื่อง ส่งผลให้หลอดเลือด ฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ และพลังงานของเซลล์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ในชีวิตจริง ผู้ชายหลายคนจึงไม่ได้มีปัญหาแยกเป็นข้อ ๆ แต่เป็นภาพรวมว่า “ร่างกายเริ่มรวน”

เหนื่อยง่าย
ลงพุง
นอนแย่
สมรรถภาพเปลี่ยน
ฟื้นตัวช้า
อารมณ์ไม่เหมือนเดิม

นี่คือเหตุผลที่การดูแลผู้ชายวัย 40+ ไม่ควรมองแยกเฉพาะอาการ แต่ควรมองทั้งระบบ


ทำไมผลตรวจสุขภาพประจำปีปกติ แต่ยังรู้สึกไม่เหมือนเดิม?

นี่เป็นคำถามที่หมอเจอบ่อยมากค่ะ

“ตรวจสุขภาพประจำปีก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติมาก ทำไมผมยังรู้สึกไม่เหมือนเดิม?”

คำตอบคือ ผลตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไปอาจดูภาพรวมพื้นฐาน เช่น ตับ ไต น้ำตาล ไขมัน หรือเม็ดเลือด แต่บางครั้งยังไม่ได้ลงลึกในระบบที่เกี่ยวกับพลังงาน ฮอร์โมน ความเครียด การนอน มวลกล้ามเนื้อ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือสุขภาพหลอดเลือดเชิงลึก

บางคนค่าเลือดอยู่ในเกณฑ์ “ไม่ป่วย”
แต่ยังไม่ใช่ระดับที่ “เหมาะสมกับการมีพลังงานและคุณภาพชีวิตที่ดี”

นี่คือความต่างระหว่างการตรวจเพื่อหาโรค กับการประเมินเพื่อดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

ถ้าผู้ชายวัย 40+ เริ่มรู้สึกว่า “ไม่เหมือนเดิม” การตรวจแค่ผ่านหรือไม่ผ่านอาจไม่พอ แต่ควรดูว่าแต่ละระบบกำลังเริ่มเสียสมดุลตรงไหน


ควรเริ่มประเมินอะไรบ้าง?

ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย ลงพุง ฟื้นตัวช้า นอนไม่ดี หรือสุขภาพเพศเปลี่ยนไป การประเมินอาจเริ่มจากหลายมุม เช่น

ตรวจฮอร์โมนเพศชาย เช่น Total Testosterone, Free Testosterone, SHBG
ประเมิน DHEA, Vitamin D, Thyroid ตามอาการ
ตรวจไขมันและความเสี่ยงหลอดเลือด เช่น LDL, HDL, Triglyceride, ApoB หรือ Lp(a) ตามความเหมาะสม
ตรวจน้ำตาล อินซูลิน หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ประเมินความดัน ไขมันหน้าท้อง มวลกล้ามเนื้อ และองค์ประกอบร่างกาย
ประเมินคุณภาพการนอนและความเครียด
ประเมินพฤติกรรมอาหาร การออกกำลังกาย แอลกอฮอล์ และการใช้ยาเดิม

รายการตรวจไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคนค่ะ

บางคนควรเริ่มจากฮอร์โมน
บางคนควรเริ่มจากเมตาบอลิก
บางคนควรเริ่มจากหลอดเลือด
บางคนต้องแก้การนอนก่อน
บางคนต้องฟื้นฟูพลังงานและกล้ามเนื้อ

เป้าหมายคือการหาว่า “ระบบไหนกำลังดึงร่างกายลง” แล้ววางแผนให้ตรงจุด


ดูแลเร็วกว่า ฟื้นตัวง่ายกว่า

สิ่งที่หมออยากให้ผู้ชายวัย 40+ เข้าใจคือ เราไม่จำเป็นต้องรอให้ร่างกายเสื่อมมากก่อนจึงค่อยเริ่มดูแล

ไม่ต้องรอให้เหนื่อยจนทำงานไม่ไหว
ไม่ต้องรอให้สุขภาพเพศเสียความมั่นใจมาก
ไม่ต้องรอให้ผลเลือดแย่
ไม่ต้องรอให้มีโรคชัดเจน

เพราะยิ่งเริ่มประเมินและดูแลได้เร็วเท่าไร ร่างกายมักตอบสนองต่อการฟื้นฟูได้ดีกว่า ใช้เวลาฟื้นตัวน้อยกว่า และมีโอกาสกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้มากกว่า

การดูแลผู้ชายวัย 40+ จึงไม่ใช่การฝืนวัย
แต่คือการช่วยให้ร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุดในวัยของตัวเอง


Chrio Men’s Health ช่วยดูแลอย่างไร

ที่ Chrio Clinic เรามองผู้ชายวัย 40+ แบบองค์รวมค่ะ

ไม่ใช่แค่ถามว่า
“สุขภาพเพศยังดีไหม”

แต่ถามว่า
“ระบบร่างกายที่อยู่เบื้องหลังยังสมดุลไหม”

เพราะสุขภาพเพศที่ดีสัมพันธ์กับหลายระบบ ทั้งหัวใจ หลอดเลือด ฮอร์โมน การนอน ระบบเผาผลาญ กล้ามเนื้อ และพลังงานของร่างกาย

แนวทางของ Chrio Men’s Health จึงเน้นการประเมินต้นเหตุ เช่น

ฮอร์โมนเพศชาย
สุขภาพหลอดเลือด
ระบบเผาผลาญและอินซูลิน
คุณภาพการนอน
ความเครียด
องค์ประกอบร่างกาย
พลังงานและการฟื้นตัว

จากนั้นจึงวางแผนดูแลเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ใช้แนวทางเดียวกับทุกคน

เพราะผู้ชายแต่ละคนไม่ได้ “ไม่เหมือนเดิม” ด้วยเหตุผลเดียวกันค่ะ


บทสรุป

ถ้าคุณเป็นผู้ชายวัย 40+ และเริ่มรู้สึกว่า

“ร่างกายไม่เหมือนเดิม”

ไม่ว่าจะเป็นเหนื่อยง่าย ลงพุง ฟื้นตัวช้า นอนแย่ สมาธิลดลง หรือสุขภาพเพศเปลี่ยนไป อย่าเพิ่งมองว่าเป็นเรื่องอายุอย่างเดียว

หลายครั้งสิ่งที่เปลี่ยนไปคือหลายระบบในร่างกายที่เริ่มเสียสมดุลพร้อมกัน ทั้งฮอร์โมน หลอดเลือด มวลกล้ามเนื้อ ระบบเผาผลาญ การอักเสบ และพลังงานระดับเซลล์

สุขภาพเพศที่ดี ไม่ได้เกิดจากอวัยวะเพศที่แข็งแรงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของหัวใจที่แข็งแรง หลอดเลือดที่ยืดหยุ่น ฮอร์โมนที่สมดุล พลังงานที่เพียงพอ และร่างกายที่ยังทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

หากคุณเริ่มรู้สึกว่า “ตัวเองไม่เหมือนเดิม” สามารถนัดปรึกษาแพทย์ที่ Chrio Clinic เพื่อประเมินสุขภาพผู้ชายแบบองค์รวม และวางแผนดูแลเฉพาะบุคคลได้ค่ะ

ในบทความถัดไป หมอจะพาไปดูว่า
ใช้ยาเฉพาะกิจบ่อยขึ้น ใช้ยาแล้วไม่เหมือนเดิม อาจไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง

หมอนกไครโอ
Balance Hormone, Beyond Health

อ่านรีวิวเพิ่มเติม

Chrio Women’s Health Series | Q&A

ฮอร์โมนผู้หญิงวัย 40 เปลี่ยนอย่างไร?

ฮอร์โมนผู้หญิงวัย 40 เปลี่ยนอย่างไร? Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 04: อายุ 40+ ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนอย่างไร ฮอร์โมนตัวไหนลดก่อนหลัง ทำไมบางเดือนดี บางเดือนกลับมีอาการ? ผู้หญิงหลายคนเมื่อเข้าสู่วัย 40+ เริ่มรู้สึกว่า “ร่างกายคาดเดายากขึ้น” เดือนนี้นอนดี

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Women’s Health Series | Q&A

ฮอร์โมนผู้หญิงวัย 40 ไม่ได้มีแค่ฮอร์โมนเพศ

Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 03: เมื่ออายุมากขึ้น ไม่ได้มีแค่ฮอร์โมนเพศหญิงที่ลดลง อาการเหนื่อย นอนไม่หลับ น้ำหนักขึ้น ยังมีฮอร์โมนอะไรเกี่ยวข้องบ้าง? เวลาพูดถึงฮอร์โมนในผู้หญิงวัย 40+ หลายคนมักนึกถึง Estrogen, Progesterone หรือ Testosterone ซึ่งถูกต้องค่ะ ฮอร์โมนเพศหญิงมีบทบาทสำคัญมาก

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Women’s Health Series | Q&A

ฮอร์โมนเพศหญิงมีอะไรบ้าง สำคัญอย่างไร?

Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 02: ฮอร์โมนเพศหญิงมีอะไรบ้าง และแต่ละตัวสำคัญอย่างไร? เวลาพูดถึง “ฮอร์โมนผู้หญิง” หลายคนนึกถึงแค่ Estrogen บางคนเข้าใจว่าฮอร์โมนเพศมีหน้าที่เพียงควบคุมประจำเดือน การตั้งครรภ์ และการมีลูก แต่จริง ๆ แล้ว ฮอร์โมนเพศมีผลต่อร่างกายของผู้หญิงมากกว่านั้นมากค่ะ ตั้งแต่สมอง อารมณ์

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Women’s Health Series | Q&A

ผู้หญิงวัย 40 ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนอย่างไร?

ผู้หญิงวัย 40 ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนอย่างไร? Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 01: อายุ 40+ ร่างกายและฮอร์โมนผู้หญิงเริ่มเปลี่ยนอย่างไร? หลายคนพอเข้าสู่อายุ 40 แล้วเริ่มรู้สึกว่า “ทำไมช่วงนี้ร่างกายไม่เหมือนเดิม?” เมื่อก่อนนอนดึกก็ยังไหวแต่ตอนนี้นอนครบก็ยังเหนื่อย เมื่อก่อนกินแบบนี้น้ำหนักไม่ขึ้นแต่ตอนนี้น้ำหนักขึ้นง่าย โดยเฉพาะรอบเอว บางคนเริ่มมี

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Men’s Health Series | Q&A

ตรวจหลอดเลือดผู้ชาย รู้ได้อย่างไรว่าเสื่อมแค่ไหน?

ตรวจหลอดเลือดผู้ชาย รู้ได้อย่างไรว่าเสื่อมแค่ไหน? Chrio Men’s Health Series | Q&Aสุขภาพเพศที่ดี…เริ่มต้นจากสุขภาพกายที่ดีคำถามที่ผู้ชายวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 16: หมอครับ…ผมจะรู้ได้อย่างไรว่า “หลอดเลือดของผมเสื่อมไปแค่ไหนแล้ว?” หลังจากที่ผู้ชายหลายคนเริ่มเข้าใจว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ ED อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกของโรคหลอดเลือด คำถามต่อมาที่หมอมักได้ยินคือ “แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่า หลอดเลือดของผมเริ่มเสื่อมแค่ไหนแล้ว?” “ถ้าแข็งตัวไม่เหมือนเดิม แปลว่าหลอดเลือดตีบแล้วหรือยัง?” “ต้องตรวจอะไรบ้างถึงจะรู้?”

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Men’s Health Series | Q&A

สุขภาพเพศชาย อาจเป็นสัญญาณแรกของโรคหลอดเลือด?

Chrio Men’s Health Series | Q&Aสุขภาพเพศที่ดี…เริ่มต้นจากสุขภาพกายที่ดีคำถามที่ผู้ชายวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 15: หมอครับ…ทำไมปัญหาสุขภาพเพศ ถึงอาจเป็นสัญญาณแรกของโรคหลอดเลือด? “หมอครับ…” “ผมคิดว่าเป็นแค่เรื่องสุขภาพเพศ” “แต่ทำไมหมอบอกว่าต้องตรวจหลอดเลือดด้วย?” “มันเกี่ยวกับหัวใจจริง ๆ เหรอครับ?” คำถามนี้สำคัญมากค่ะ เพราะผู้ชายจำนวนมากมองว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction; ED เป็นเพียงปัญหาด้านความมั่นใจ หรือเป็นเรื่องคุณภาพชีวิตเฉพาะทางเพศเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม »
Scroll to Top