Chrio clinic

บทความ

คลิกเพื่ออ่านหัวข้อที่สนใจ

Chrio Women’s Health Series | Q&A
สุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง
40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด

Q&A 03: เมื่ออายุมากขึ้น ไม่ได้มีแค่ฮอร์โมนเพศหญิงที่ลดลง อาการเหนื่อย นอนไม่หลับ น้ำหนักขึ้น ยังมีฮอร์โมนอะไรเกี่ยวข้องบ้าง?

เวลาพูดถึงฮอร์โมนในผู้หญิงวัย 40+ หลายคนมักนึกถึง Estrogen, Progesterone หรือ Testosterone

ซึ่งถูกต้องค่ะ ฮอร์โมนเพศหญิงมีบทบาทสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงวัยก่อนหมดประจำเดือนที่รังไข่เริ่มทำงานไม่สม่ำเสมอ

แต่ในความเป็นจริง อาการหลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงวัยนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเพศเพียงอย่างเดียว

ผู้หญิงบางคนเริ่มรู้สึกว่า

กินเท่าเดิม แต่น้ำหนักขึ้นง่าย โดยเฉพาะรอบเอว
หิวบ่อย หรืออยากของหวานมากขึ้น
เหนื่อยง่าย พลังงานไม่เหมือนเดิม
นอนหลับยาก ตื่นกลางดึก หรือตื่นแล้วไม่สดชื่น
Brain Fog สมาธิลดลง
ใจสั่น ร้อนง่าย หรือบางครั้งหนาวง่ายผิดปกติ
อารมณ์เปลี่ยน หงุดหงิด หรือวิตกกังวลง่ายขึ้น
รับมือกับความเครียดได้ไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน
กล้ามเนื้อลดลง ฟื้นตัวจากการออกกำลังกายช้าลง
รู้สึกว่า “ร่างกายไม่เหมือนเดิม” ทั้งที่ผลตรวจบางอย่างยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

อาการเหล่านี้บางส่วนอาจเกิดขึ้นในช่วงวัยก่อนหมดประจำเดือนได้จริง แนวทางเวชศาสตร์วัยหมดประจำเดือนระบุว่า ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้อาจมีอาการหลายระบบ เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน นอนหลับยาก อารมณ์เปลี่ยน และอาการทางช่องคลอดหรือทางเดินปัสสาวะร่วมด้วยได้ Nice

แต่หมอไม่อยากให้เราคิดเร็วเกินไปว่า

“อายุ 40+ แล้วมีอาการ = Estrogen ลดอย่างเดียว”

เพราะนอกจากฮอร์โมนเพศแล้ว ยังมีฮอร์โมนอีกหลายระบบที่ทำงานร่วมกัน และมีผลต่อ น้ำหนัก การเผาผลาญ พลังงาน การนอน ความเครียด กล้ามเนื้อ และสุขภาพโดยรวม

วันนี้หมออยากให้รู้จักอีก 5 กลุ่มสำคัญค่ะ


1. Insulin — ฮอร์โมนสำคัญของน้ำตาลและการจัดการพลังงาน

Insulin เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อน มีหน้าที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้เซลล์นำกลูโคสไปใช้หรือเก็บเป็นพลังงาน

พูดง่าย ๆ คือ Insulin เป็นเหมือน “กุญแจ” ที่ช่วยพาน้ำตาลเข้าสู่เซลล์

แต่เมื่อร่างกายตอบสนองต่อ Insulin ได้ไม่ดี หรือเกิด Insulin Resistance ร่างกายอาจต้องหลั่ง Insulin มากขึ้น เพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในช่วงปกติ

เพราะฉะนั้นในระยะแรกจึงเป็นไปได้ว่า

“น้ำตาลยังไม่สูง แต่ร่างกายต้องใช้ Insulin มากขึ้นแล้ว”

นี่เป็นจุดที่ผู้หญิงหลายคนมองข้าม

เพราะเวลาตรวจสุขภาพ ถ้า Fasting Glucose หรือ HbA1c ยังไม่สูงมาก ก็มักคิดว่า “น้ำตาลปกติ ไม่มีปัญหา”

แต่ในบางคน ระบบเผาผลาญอาจเริ่มทำงานหนักขึ้นแล้ว โดยเฉพาะถ้ามีอาการร่วม เช่น

รอบเอวเพิ่ม
ไขมันหน้าท้องเพิ่ม
หิวบ่อย
อยากของหวาน
ง่วงหลังอาหาร
น้ำหนักขึ้นง่าย
Triglyceride สูง
HDL ต่ำ
ไขมันพอกตับ
หรือมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน

ภาวะดื้อต่ออินซูลินสัมพันธ์กับความเสี่ยงกลุ่ม Metabolic Syndrome เช่น รอบเอวเพิ่ม ไตรกลีเซอไรด์สูง ความดันสูง น้ำตาลสูง และ HDL ต่ำ โดยความเสี่ยงเหล่านี้มักเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นและหลังวัยหมดประจำเดือน NHLBI, NIH

ดังนั้นในผู้หญิงวัย 40+ หมอไม่ได้มองเพียงว่า

“น้ำหนักขึ้นกี่กิโล?”

แต่จะมองต่อว่า

รอบเอวเปลี่ยนไหม
มวลกล้ามเนื้อลดลงหรือไม่
น้ำตาลและอินซูลินเริ่มผิดจังหวะหรือเปล่า
Triglyceride, HDL และไขมันพอกตับเป็นอย่างไร
ระบบเผาผลาญโดยรวมเริ่มเสียสมดุลไหม

ส่วน Glucagon เป็นฮอร์โมนจากตับอ่อนเช่นกัน ทำงานร่วมกับ Insulin เพื่อช่วยรักษาระดับกลูโคสให้เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่เราไม่ได้รับประทานอาหาร

พูดให้เข้าใจง่ายคือ Insulin และ Glucagon ช่วยกันดูแลสมดุลพลังงานของร่างกาย

ถ้าระบบนี้เริ่มเสียสมดุล ผู้หญิงวัย 40+ อาจรู้สึกว่า

“กินเหมือนเดิม แต่ร่างกายไม่เหมือนเดิมแล้ว”


2. Thyroid Hormones — ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานของร่างกาย

Thyroid Hormones หรือฮอร์โมนไทรอยด์ มีบทบาทกับหลายระบบมากค่ะ

ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำหนักอย่างเดียว

ไทรอยด์เกี่ยวข้องกับ

การใช้พลังงานของเซลล์
อุณหภูมิร่างกาย
การทำงานของหัวใจ
ระบบประสาท
ลำไส้
กล้ามเนื้อ
ผิว ผม เล็บ
รอบเดือน
และความรู้สึกสดชื่นโดยรวม

สิ่งสำคัญคือ อาการของโรคไทรอยด์บางอย่างสามารถคล้ายกับอาการช่วงวัยก่อนหมดประจำเดือนได้มาก

เช่น

เหนื่อยง่าย
น้ำหนักเปลี่ยน
ใจสั่น
ร้อนง่าย
หนาวง่าย
ผมร่วง
อารมณ์เปลี่ยน
นอนไม่ดี
ประจำเดือนผิดปกติ
สมาธิลดลง

เพราะฉะนั้น ถ้าผู้หญิงวัย 40+ เริ่มเหนื่อย น้ำหนักขึ้น นอนไม่ดี หรือใจสั่น ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นเพราะฮอร์โมนเพศเปลี่ยนอย่างเดียว

บางคนอาจมีปัญหาไทรอยด์ร่วมด้วย
บางคนอาจมีไทรอยด์อยู่ในขอบเขตที่ควรติดตาม
บางคนอาจมีสาเหตุอื่น เช่น โลหิตจาง น้ำตาลแกว่ง นอนหลับไม่ดี หรือความเครียดสะสม

แนวทางเวชศาสตร์วัยหมดประจำเดือนโดยทั่วไปจึงให้ความสำคัญกับการแยกสาเหตุอื่นที่อาจทำให้อาการคล้ายวัยก่อนหมดประจำเดือน โดยเฉพาะเมื่ออาการไม่ชัดเจนหรือไม่ตรงรูปแบบทั่วไป Endocrine Society

นี่คือเหตุผลที่หมอมักไม่ดูแค่ Estrogen หรือ Progesterone

แต่จะถามต่อว่า

ไทรอยด์เป็นอย่างไร?
เหนื่อยแบบไหน?
น้ำหนักขึ้นพร้อมหนาวง่ายไหม?
ใจสั่นร่วมกับร้อนง่ายไหม?
ผมร่วงมากขึ้นหรือเปล่า?
ท้องผูกหรือถ่ายเปลี่ยนไหม?

เพราะบางครั้งคำตอบของ “เหนื่อยง่าย น้ำหนักขึ้น สมองตื้อ” อาจไม่ได้อยู่ที่ฮอร์โมนเพศเพียงตัวเดียว


3. Cortisol และ Adrenaline — ฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียด

หลายคนพอได้ยินคำว่า Cortisol จะคิดทันทีว่าเป็น “ฮอร์โมนไม่ดี”

แต่จริง ๆ แล้ว Cortisol ไม่ใช่ฮอร์โมนไม่ดี

Cortisol เป็นฮอร์โมนที่จำเป็นต่อชีวิต ร่างกายต้องใช้เพื่อจัดการพลังงาน ระดับน้ำตาล ความดัน การอักเสบ และจังหวะการตื่นนอน

ส่วน Adrenaline หรือ Epinephrine เป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อความเครียดแบบรวดเร็ว เช่น ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ตื่นตัวมากขึ้น และเตรียมพลังงานให้พร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ต้องรับมือ

ทั้งสองตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Stress Response

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ร่างกายมี Cortisol หรือ Adrenaline

แต่ปัญหาอยู่ที่ชีวิตของเราทำให้ระบบนี้ต้องทำงานหนักเกินไปนาน ๆ

ผู้หญิงวัย 40+ หลายคนมีทั้ง

งาน
ครอบครัว
ลูก
พ่อแม่
ธุรกิจ
ความรับผิดชอบ
ความเครียดสะสม
การนอนที่ไม่เพียงพอ
และในช่วงเวลาเดียวกัน ฮอร์โมนเพศก็อาจกำลังแกว่ง

จึงไม่น่าแปลกที่บางคนจะเริ่มรู้สึกว่า

คิดเยอะ
ตื่นตัวตลอดเวลา
หลับยาก
ตื่นกลางดึก
ใจสั่น
เหนื่อยง่าย
อารมณ์เปลี่ยน
รับมือกับเรื่องเดิม ๆ ได้ยากกว่าเมื่อก่อน

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามทำให้ Cortisol “ต่ำที่สุด”

แต่คือการช่วยให้ Stress Response และระบบการพักฟื้นของร่างกายทำงานอย่างเหมาะสม

เพราะถ้าร่างกายอยู่ในโหมดเครียดตลอดเวลา การนอน การเผาผลาญ ความอยากอาหาร อารมณ์ และพลังงานจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย

วงจรที่พบได้บ่อยคือ

นอนไม่ดี → เหนื่อย → อยากหวาน → น้ำหนักขึ้นง่าย → อารมณ์แกว่ง → เครียดมากขึ้น → นอนยิ่งแย่ลง

และนี่คือเหตุผลที่การดูแลผู้หญิงวัย 40+ ต้องดู Sleep & Stress ควบคู่กับฮอร์โมนเพศเสมอ


4. Melatonin — ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับนาฬิกาชีวิตและการนอน

Melatonin เป็นฮอร์โมนสำคัญของ Circadian Rhythm หรือนาฬิกาชีวิตของร่างกาย

แสงและความมืดเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยกำหนดจังหวะการหลั่ง Melatonin และช่วยให้ร่างกายรู้ว่าเมื่อไรควรตื่น และเมื่อไรควรเตรียมตัวเข้าสู่การนอน

ข้อมูลด้านการนอนอธิบายว่า Melatonin มีบทบาทกับจังหวะ circadian rhythm และแสงในเวลากลางคืนสามารถรบกวนการสร้าง Melatonin ได้ NCCIH

แต่หมออยากย้ำว่า

นอนไม่หลับ ไม่ได้แปลว่าขาด Melatonin เสมอไป

การนอนของผู้หญิงวัย 40+ ไม่ได้ขึ้นกับ Melatonin เพียงตัวเดียว

ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น

Estrogen และ Progesterone ที่แกว่ง
ความเครียด
Cortisol ที่เสียจังหวะ
อุณหภูมิร่างกาย
อาการร้อนวูบวาบหรือเหงื่อออกกลางคืน
แสงหน้าจอ
คาเฟอีน
เวลานอนที่ไม่สม่ำเสมอ
การออกกำลังกายช่วงดึก
อาหารมื้อหนัก
ความกังวลก่อนนอน

เพราะฉะนั้น ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งนอนไม่หลับ หมอไม่อยากให้รีบสรุปว่า

“ต้องกิน Melatonin”

แต่ควรถามก่อนว่า

นอนไม่หลับแบบไหน?
หลับยากหรือตื่นกลางดึก?
ตื่นตี 3 แล้วหลับต่อไม่ได้หรือเปล่า?
มีเหงื่อออกกลางคืนไหม?
เครียดก่อนนอนไหม?
ใช้มือถือก่อนนอนหรือเปล่า?
คาเฟอีนช่วงบ่ายมีไหม?
รอบเดือนเปลี่ยนร่วมด้วยหรือไม่?

การดูแลการนอนที่ดีจึงควรหาว่า อะไรเป็นสาเหตุที่รบกวนการนอนของผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ

ไม่ใช่ใช้วิธีเดียวกันกับทุกคน


5. Growth Hormone และ IGF-1 — ไม่ได้สำคัญเฉพาะตอนเด็ก

หลายคนรู้จัก Growth Hormone ในฐานะ “ฮอร์โมนที่ทำให้เด็กโต”

แต่จริง ๆ แล้ว ในผู้ใหญ่ ระบบ Growth Hormone–IGF-1 ยังมีบทบาทต่อองค์ประกอบของร่างกาย กล้ามเนื้อ กระดูก และกระบวนการเผาผลาญ

Growth Hormone ไม่ได้ถูกหลั่งออกมาในระดับเท่ากันตลอดทั้งวัน แต่หลั่งเป็นช่วง ๆ และการหลั่งส่วนหนึ่งสัมพันธ์กับการนอนหลับลึก

เมื่ออายุมากขึ้น การหลั่ง Growth Hormone และระดับ IGF-1 โดยทั่วไปมีแนวโน้มลดลงตามธรรมชาติ

จึงยิ่งทำให้การดูแลพื้นฐานมีความสำคัญมากขึ้น เช่น

นอนให้มีคุณภาพ
ฝึกกล้ามเนื้อ
กินโปรตีนให้เพียงพอ
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ดูแลน้ำตาลและอินซูลิน
ลดการอักเสบเรื้อรัง
และพักฟื้นให้พอ

แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง

การลดลงตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น

กับ

ภาวะ Growth Hormone Deficiency ที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

เพราะการที่ GH ลดลงตามอายุ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรได้รับ Growth Hormone เพิ่ม

Growth Hormone ไม่ใช่การรักษาเพื่อชะลอวัยสำหรับคนทั่วไป และไม่ควรใช้โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรือไม่มีการติดตามอย่างเหมาะสม

สำหรับผู้หญิงวัย 40+ ประเด็นที่ปลอดภัยและสำคัญกว่ามากคือ

นอนให้ดี
สร้างกล้ามเนื้อ
กินโปรตีนพอ
ขยับร่างกายทุกวัน
และดูแลระบบเผาผลาญให้แข็งแรง


แล้ว Serotonin, Dopamine และ GABA ล่ะ?

ทั้งสามตัวนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะกับสมอง อารมณ์ การนอน แรงจูงใจ และการตอบสนองต่อความเครียด

แต่โดยหลักแล้ว Serotonin, Dopamine และ GABA จัดเป็น สารสื่อประสาท หรือ Neurotransmitters มากกว่าฮอร์โมนหลักที่เรากำลังพูดถึงในบทนี้

ระบบเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศ การนอน และความเครียด จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมเมื่อผู้หญิงมีอาการ เช่น

Brain Fog
อารมณ์เปลี่ยน
วิตกกังวล
นอนไม่หลับ
แรงจูงใจลดลง
หรือรู้สึกไม่สดชื่นเหมือนเดิม

แต่ไม่ควรอธิบายง่ายเกินไปว่า

อารมณ์ไม่ดี = Serotonin ต่ำ
ไม่มีแรงจูงใจ = Dopamine ต่ำ
นอนไม่หลับ = GABA ไม่พอ

เพราะการทำงานของสมองซับซ้อนกว่านั้นมาก

และอาการเหล่านี้มักเกิดจากหลายระบบร่วมกัน เช่น ฮอร์โมนเพศ การนอน ความเครียด ไทรอยด์ น้ำตาล สารอาหาร และประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน


ฮอร์โมนไม่ได้ทำงานแยกกัน

สิ่งที่หมออยากให้เข้าใจจากบทความนี้คือ

ร่างกายไม่ได้มี Estrogen อยู่ระบบหนึ่ง
Insulin อยู่อีกระบบหนึ่ง
Cortisol อยู่อีกระบบหนึ่ง
Melatonin อยู่อีกระบบหนึ่ง
แล้วทุกอย่างไม่เกี่ยวข้องกัน

แต่ระบบต่าง ๆ เชื่อมโยงกันตลอดเวลา

Sex Hormones → รอบเดือน กระดูก สมอง และสุขภาพทางเพศ
Insulin → น้ำตาล พลังงาน ความหิว และ Metabolism
Thyroid → การใช้พลังงานและการทำงานของหลายระบบ
Cortisol & Adrenaline → Stress Response
Melatonin → Sleep & Circadian Rhythm
GH & IGF-1 → Muscle, Bone & Body Composition

ดังนั้น ผู้หญิงคนหนึ่งที่มี

นอนไม่หลับ
เหนื่อย
Brain Fog
น้ำหนักขึ้น
อารมณ์เปลี่ยน
หิวบ่อย
กล้ามเนื้อลดลง

อาจไม่ได้มีปัญหาจากฮอร์โมนเพียงตัวเดียว

และอาการเดียวกันก็อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ

นี่คือเหตุผลที่หมอไม่อยากให้ผู้หญิงวัย 40+ สรุปตัวเองเร็วเกินไปว่า

“เป็นเพราะวัยทอง”

หรือ

“เป็นเพราะ Estrogen ลด”

เพียงอย่างเดียว


Chrio Insight

หมอนกอยากให้จำว่า

“ฮอร์โมนทำงานเป็นทีม ไม่ได้ทำงานแยกกันทีละตัว”

เมื่อระบบหนึ่งเริ่มเปลี่ยน อาการที่เราเห็นจึงอาจเกิดจากหลายระบบร่วมกัน

ผู้หญิงวัย 40+ ที่มีอาการนอนไม่หลับ เหนื่อย น้ำหนักขึ้น Brain Fog หรืออารมณ์เปลี่ยน ไม่ควรถูกมองแค่ในมุมฮอร์โมนเพศหญิงอย่างเดียว

แต่ควรมองทั้ง

Sex Hormones • Insulin • Thyroid • Stress/Cortisol • Sleep/Melatonin • Muscle & Nutrition

เพราะการดูแลที่ดีไม่ใช่การเติมฮอร์โมนให้ครบทุกตัว

แต่คือการเข้าใจว่า “ระบบไหนกำลังเสียสมดุลมากที่สุด” แล้ววางแผนดูแลให้ตรงกับร่างกายของผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ


บทสรุป

เมื่ออายุมากขึ้น ไม่ได้มีแค่ฮอร์โมนเพศหญิงที่เปลี่ยน

อาการอย่างเหนื่อย นอนไม่หลับ น้ำหนักขึ้น Brain Fog หิวบ่อย หรืออารมณ์เปลี่ยน อาจเกี่ยวข้องกับหลายระบบ เช่น

Insulin ที่เกี่ยวกับน้ำตาลและการจัดการพลังงาน
Thyroid ที่เกี่ยวกับการใช้พลังงานของร่างกาย
Cortisol และ Adrenaline ที่เกี่ยวกับความเครียด
Melatonin ที่เกี่ยวกับนาฬิกาชีวิตและการนอน
Growth Hormone และ IGF-1 ที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อ กระดูก และองค์ประกอบร่างกาย

ดังนั้น การดูแลผู้หญิงวัย 40+ ที่ดี ไม่ควรมองแค่ Estrogen, Progesterone หรือ Testosterone

แต่ควรมองร่างกายทั้งระบบ

หากคุณเริ่มรู้สึกว่า “ร่างกายไม่เหมือนเดิม” นอนไม่ดี น้ำหนักขึ้นง่าย เหนื่อยง่าย หรือสมองไม่แล่น สามารถนัดปรึกษาแพทย์ที่ Chrio Clinic เพื่อประเมินสุขภาพผู้หญิงวัย 40+ แบบองค์รวม และวางแผนดูแลเฉพาะบุคคลได้ค่ะ

หมอนกไครโอ
Balance Hormone, Beyond Health

อ่านรีวิวเพิ่มเติม

Chrio Women’s Health Series | Q&A

ฮอร์โมนผู้หญิงวัย 40 เปลี่ยนอย่างไร?

ฮอร์โมนผู้หญิงวัย 40 เปลี่ยนอย่างไร? Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 04: อายุ 40+ ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนอย่างไร ฮอร์โมนตัวไหนลดก่อนหลัง ทำไมบางเดือนดี บางเดือนกลับมีอาการ? ผู้หญิงหลายคนเมื่อเข้าสู่วัย 40+ เริ่มรู้สึกว่า “ร่างกายคาดเดายากขึ้น” เดือนนี้นอนดี

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Women’s Health Series | Q&A

ฮอร์โมนผู้หญิงวัย 40 ไม่ได้มีแค่ฮอร์โมนเพศ

Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 03: เมื่ออายุมากขึ้น ไม่ได้มีแค่ฮอร์โมนเพศหญิงที่ลดลง อาการเหนื่อย นอนไม่หลับ น้ำหนักขึ้น ยังมีฮอร์โมนอะไรเกี่ยวข้องบ้าง? เวลาพูดถึงฮอร์โมนในผู้หญิงวัย 40+ หลายคนมักนึกถึง Estrogen, Progesterone หรือ Testosterone ซึ่งถูกต้องค่ะ ฮอร์โมนเพศหญิงมีบทบาทสำคัญมาก

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Women’s Health Series | Q&A

ฮอร์โมนเพศหญิงมีอะไรบ้าง สำคัญอย่างไร?

Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 02: ฮอร์โมนเพศหญิงมีอะไรบ้าง และแต่ละตัวสำคัญอย่างไร? เวลาพูดถึง “ฮอร์โมนผู้หญิง” หลายคนนึกถึงแค่ Estrogen บางคนเข้าใจว่าฮอร์โมนเพศมีหน้าที่เพียงควบคุมประจำเดือน การตั้งครรภ์ และการมีลูก แต่จริง ๆ แล้ว ฮอร์โมนเพศมีผลต่อร่างกายของผู้หญิงมากกว่านั้นมากค่ะ ตั้งแต่สมอง อารมณ์

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Women’s Health Series | Q&A

ผู้หญิงวัย 40 ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนอย่างไร?

ผู้หญิงวัย 40 ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนอย่างไร? Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 01: อายุ 40+ ร่างกายและฮอร์โมนผู้หญิงเริ่มเปลี่ยนอย่างไร? หลายคนพอเข้าสู่อายุ 40 แล้วเริ่มรู้สึกว่า “ทำไมช่วงนี้ร่างกายไม่เหมือนเดิม?” เมื่อก่อนนอนดึกก็ยังไหวแต่ตอนนี้นอนครบก็ยังเหนื่อย เมื่อก่อนกินแบบนี้น้ำหนักไม่ขึ้นแต่ตอนนี้น้ำหนักขึ้นง่าย โดยเฉพาะรอบเอว บางคนเริ่มมี

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Men’s Health Series | Q&A

ตรวจหลอดเลือดผู้ชาย รู้ได้อย่างไรว่าเสื่อมแค่ไหน?

ตรวจหลอดเลือดผู้ชาย รู้ได้อย่างไรว่าเสื่อมแค่ไหน? Chrio Men’s Health Series | Q&Aสุขภาพเพศที่ดี…เริ่มต้นจากสุขภาพกายที่ดีคำถามที่ผู้ชายวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 16: หมอครับ…ผมจะรู้ได้อย่างไรว่า “หลอดเลือดของผมเสื่อมไปแค่ไหนแล้ว?” หลังจากที่ผู้ชายหลายคนเริ่มเข้าใจว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ ED อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกของโรคหลอดเลือด คำถามต่อมาที่หมอมักได้ยินคือ “แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่า หลอดเลือดของผมเริ่มเสื่อมแค่ไหนแล้ว?” “ถ้าแข็งตัวไม่เหมือนเดิม แปลว่าหลอดเลือดตีบแล้วหรือยัง?” “ต้องตรวจอะไรบ้างถึงจะรู้?”

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Men’s Health Series | Q&A

สุขภาพเพศชาย อาจเป็นสัญญาณแรกของโรคหลอดเลือด?

Chrio Men’s Health Series | Q&Aสุขภาพเพศที่ดี…เริ่มต้นจากสุขภาพกายที่ดีคำถามที่ผู้ชายวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 15: หมอครับ…ทำไมปัญหาสุขภาพเพศ ถึงอาจเป็นสัญญาณแรกของโรคหลอดเลือด? “หมอครับ…” “ผมคิดว่าเป็นแค่เรื่องสุขภาพเพศ” “แต่ทำไมหมอบอกว่าต้องตรวจหลอดเลือดด้วย?” “มันเกี่ยวกับหัวใจจริง ๆ เหรอครับ?” คำถามนี้สำคัญมากค่ะ เพราะผู้ชายจำนวนมากมองว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction; ED เป็นเพียงปัญหาด้านความมั่นใจ หรือเป็นเรื่องคุณภาพชีวิตเฉพาะทางเพศเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม »
Scroll to Top