Chrio clinic

บทความ

คลิกเพื่ออ่านหัวข้อที่สนใจ

น้ำมันคริลล์ ขั้นกว่าของโอเมก้า 3 จริงไหม?


น้ำมันคริลล์ต่างจากโอเมก้า 3 ทั่วไปอย่างไร ช่วยดูแลหลอดเลือด หัวใจ สมอง และพลังงานเซลล์ได้อย่างไร พร้อมรู้จัก Krill Prime แบบเข้าใจง่าย


ทำไมคนวัย 40+ เริ่มมองหาโอเมก้า 3 มากขึ้น

พออายุเริ่มเข้าเลข 4 หลายคนเริ่มเจอสัญญาณบางอย่างที่ร่างกายไม่เหมือนเดิม

ตรวจสุขภาพแล้วไขมันเริ่มสูง
ไตรกลีเซอไรด์เริ่มเกิน
เหนื่อยง่ายขึ้น
สมองล้าง่าย
ฟื้นตัวหลังออกกำลังกายช้าลง
หรือเริ่มกังวลเรื่องหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น

หลายคนจึงเริ่มมองหา “โอเมก้า 3” เพราะเคยได้ยินว่าเป็นไขมันดี ช่วยดูแลหัวใจ สมอง และหลอดเลือด

แต่คำถามคือ โอเมก้า 3 ทุกแบบเหมือนกันไหม?
แล้ว น้ำมันคริลล์ ต่างจากน้ำมันปลาทั่วไปอย่างไร?

ก่อนอื่นต้องบอกให้ชัดว่า อาหารเสริมไม่ใช่ยา ไม่ได้ใช้รักษาโรคไขมันสูง โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือด และไม่ควรใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง แต่ถ้ามองในมุมของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน น้ำมันคริลล์อาจเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากดูแลไขมันดี หลอดเลือด สมอง และพลังงานเซลล์ไปพร้อมกัน

Krill Prime จึงถูกออกแบบมาในแนวคิด “ขั้นกว่าของ Omega-3” ไม่ใช่แค่เติมไขมันดี แต่เสริมสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับเยื่อหุ้มเซลล์ ไมโตคอนเดรีย สารต้านอนุมูลอิสระ และสุขภาพหลอดเลือดในภาพรวม


สัญญาณที่บอกว่าควรเริ่มดูแลหลอดเลือดและไขมันอย่างจริงจัง

หลายคนเข้าใจว่าไขมันในเลือดสูงต้องมีอาการชัด เช่น เวียนหัว แน่นหน้าอก หรือเหนื่อยผิดปกติ แต่จริง ๆ แล้วปัญหาไขมันและหลอดเลือดจำนวนมากมักเริ่มแบบเงียบ ๆ

สัญญาณที่ควรเริ่มใส่ใจ ได้แก่

  • ตรวจสุขภาพแล้วพบว่าไขมันในเลือดเริ่มสูง
  • ค่า triglyceride สูง
  • HDL หรือไขมันดีต่ำ
  • LDL หรือ non-HDL-C สูง
  • มีไขมันหน้าท้องเพิ่มขึ้น
  • น้ำหนักขึ้นง่ายกว่าช่วงวัยก่อน
  • ง่วงบ่าย สมองล้า คิดช้าลง
  • เหนื่อยง่าย ฟื้นตัวช้า
  • กินของมัน ของทอด แป้ง หวานบ่อย
  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือด
  • มีน้ำตาลสูง ความดันสูง หรือภาวะดื้อต่ออินซูลินร่วมด้วย

สัญญาณเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าต้องป่วยแล้วเสมอไป แต่เป็นจุดที่ควรเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะหลอดเลือด หัวใจ สมอง และระบบเผาผลาญเป็นระบบที่เชื่อมถึงกันทั้งหมด


น้ำมันคริลล์คืออะไร และต่างจากน้ำมันปลายังไง

น้ำมันคริลล์คือน้ำมันที่ได้จาก Krill หรือสัตว์ทะเลขนาดเล็กในกลุ่มแพลงก์ตอนสัตว์ จุดเด่นคือมีโอเมก้า 3 กลุ่ม EPA และ DHA เช่นเดียวกับน้ำมันปลา แต่มีลักษณะที่ต่างกันบางอย่าง

สิ่งที่ทำให้น้ำมันคริลล์ถูกพูดถึงมากขึ้น คือโอเมก้า 3 ใน Krill Oil มักอยู่ร่วมกับ Phospholipid ซึ่งเป็นโครงสร้างไขมันที่เกี่ยวข้องกับเยื่อหุ้มเซลล์

ถ้าพูดง่าย ๆ เยื่อหุ้มเซลล์ของเราต้องการไขมันที่ดีและมีคุณภาพ เพื่อให้เซลล์สื่อสารและทำงานได้ดีขึ้น น้ำมันคริลล์จึงถูกนำมาใช้ในแนวคิดการดูแลระดับเซลล์ ไม่ใช่แค่ดูแลไขมันในเลือดอย่างเดียว

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ Krill Oil มักมี Astaxanthin ซึ่งเป็นสารสีแดงตามธรรมชาติจากทะเล และถูกพูดถึงในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ

อย่างไรก็ตาม น้ำมันคริลล์ไม่ได้แปลว่าดีกว่าทุกคนหรือเหมาะกับทุกเคสเสมอไป ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสุขภาพพื้นฐาน ยาที่ใช้อยู่ ประวัติแพ้อาหารทะเล ผลเลือด และเป้าหมายการดูแลของแต่ละคน


ทำไมหลอดเลือดถึงต้องการมากกว่าแค่ “ลดไขมัน”

เวลาพูดถึงสุขภาพหลอดเลือด หลายคนจะคิดถึงแค่ค่าไขมัน เช่น LDL, HDL หรือ triglyceride แต่จริง ๆ แล้วหลอดเลือดเป็นระบบที่ซับซ้อนกว่านั้น

หลอดเลือดที่ดีควรมีความยืดหยุ่น ผนังหลอดเลือดควรทำงานได้ดี เลือดควรไหลเวียนได้เหมาะสม และร่างกายควรมีสมดุลระหว่างการอักเสบ อนุมูลอิสระ น้ำตาล ไขมัน และความดัน

ดังนั้น การดูแลหลอดเลือดจึงควรมองหลายด้าน เช่น

  • ลดอาหารหวาน มัน แป้งขัดสี
  • เพิ่มไขมันดีจากอาหาร
  • เพิ่มผัก ไฟเบอร์ และโปรตีนคุณภาพดี
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • นอนให้เพียงพอ
  • ลดความเครียดเรื้อรัง
  • ตรวจไขมัน น้ำตาล อินซูลิน และความดันเป็นระยะ
  • เลือกสารอาหารสนับสนุนให้เหมาะกับร่างกาย

นี่คือเหตุผลที่ Krill Prime ไม่ได้วางสูตรแค่ Krill Oil อย่างเดียว แต่เสริมกลุ่ม CoQ10, ALA, Vitamin D3, K2, Zinc, Astaxanthin, Grape Skin และ Vitamin E เพื่อสนับสนุนการดูแลระดับเซลล์และหลอดเลือดในหลายมุม


รู้จัก Krill Prime: ขั้นกว่าของ Omega-3

Krill Prime ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าโอเมก้า 3 ทั่วไป โดยเน้น 4 แกนสำคัญ คือ

  1. ไขมันดีและเยื่อหุ้มเซลล์
  2. พลังงานไมโตคอนเดรีย
  3. สารต้านอนุมูลอิสระ
  4. การดูแลหลอดเลือด หัวใจ และสมองในเชิงสนับสนุน

1. Krill Oil + MCT Oil

Krill Oil เป็นแหล่งโอเมก้า 3 ที่ช่วยสนับสนุนการดูแลไขมันดีและเยื่อหุ้มเซลล์ ส่วน MCT Oil เป็นไขมันที่ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงานได้ค่อนข้างเร็ว จึงเหมาะกับคนที่ต้องการดูแลสมอง พลังงาน และระบบเผาผลาญในภาพรวม

สำหรับคนที่รู้สึกสมองล้า ทำงานหนัก หรืออยากดูแลหัวใจและหลอดเลือดไปพร้อมกัน การมีไขมันดีคุณภาพสูงในแผนโภชนาการอาจเป็นหนึ่งในพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนร่างกายได้

2. CoQ10 + Alpha Lipoic Acid

CoQ10 เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานในไมโตคอนเดรีย ซึ่งเป็นเหมือนโรงงานพลังงานของเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ที่ใช้พลังงานสูง เช่น หัวใจ สมอง และกล้ามเนื้อ

Alpha Lipoic Acid หรือ ALA เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต้านอนุมูลอิสระและพลังงานเซลล์ การวาง CoQ10 คู่กับ ALA จึงทำให้สูตรนี้ไม่ได้ดูแลแค่ไขมัน แต่ยังเชื่อมไปถึงความล้า พลังงาน และการฟื้นตัวของร่างกาย

3. Vitamin D3 + K2 + Zinc

Vitamin D3 เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน กล้ามเนื้อ กระดูก และสุขภาพโดยรวม
Vitamin K2 มักถูกพูดถึงในมุมการทำงานร่วมกับแคลเซียมและสุขภาพกระดูก
Zinc เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย

กลุ่มนี้จึงช่วยให้ Krill Prime มีมิติของการดูแลแบบองค์รวมมากขึ้น ไม่ใช่แค่สูตรไขมันดีอย่างเดียว

4. Astaxanthin + Grape Skin + Tocopherol

Astaxanthin, Grape Skin และ Tocopherol หรือ Vitamin E อยู่ในกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยสนับสนุนการปกป้องเซลล์จาก oxidative stress

คำว่า oxidative stress อาจฟังยาก แต่ให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นภาวะที่เซลล์เจอกับภาระจากอนุมูลอิสระมากเกินไป ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความเสื่อม ความล้า ผิวพรรณ และสุขภาพหลอดเลือดในภาพรวม


ทำไมการดูแลแต่อาหารเสริมอย่างเดียวอาจไม่พอ

ถ้าตรวจเจอไขมันในเลือดสูง หลายคนอยากรีบหาอาหารเสริมมาช่วย ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่ควรมองให้ครบก่อนว่าไขมันสูงมาจากอะไร

บางคนมาจากอาหารมันและหวาน
บางคนมาจากแป้งเยอะและดื้อต่ออินซูลิน
บางคนมาจากน้ำหนักเกิน
บางคนมาจากกรรมพันธุ์
บางคนมาจากนอนน้อย เครียดสูง และไม่ออกกำลังกาย
บางคนต้องใช้ยาตามแพทย์ร่วมด้วย

ดังนั้น Krill Prime ควรถูกใช้เป็น “ตัวช่วยสนับสนุน” ในแผนดูแลสุขภาพ ไม่ใช่คำตอบเดียวทั้งหมด และไม่ควรใช้แทนยาหรือการรักษาที่แพทย์สั่ง

ถ้าต้องการดูแลให้ตรงจุด ควรตรวจให้รู้ก่อนว่าอะไรคือปัจจัยหลักของร่างกายเรา


แนวทางดูแลแบบองค์รวมที่คลินิกสามารถช่วยได้

การดูแลไขมัน หลอดเลือด หัวใจ สมอง และพลังงานเซลล์ ควรเริ่มจากการประเมินภาพรวม ไม่ใช่ดูแค่ค่าไขมันตัวเดียว

1. ตรวจไขมันและความเสี่ยงหลอดเลือด

นอกจากค่า LDL, HDL และ triglyceride แล้ว ในบางคนอาจเหมาะกับการตรวจเชิงลึก เช่น ApoB, Lp(a), non-HDL-C หรือ Homocysteine เพื่อประเมินความเสี่ยงหลอดเลือดได้ละเอียดขึ้น

2. ประเมินน้ำตาลและอินซูลิน

ไขมันสูงหลายเคสไม่ได้มาจากไขมันอย่างเดียว แต่มาจากระบบน้ำตาลและอินซูลินที่เสียสมดุล โดยเฉพาะคนที่มีไขมันหน้าท้อง น้ำหนักขึ้นง่าย และง่วงหลังอาหาร

3. ประเมินพลังงานเซลล์

ถ้ามีอาการเหนื่อยง่าย สมองล้า หรือฟื้นตัวช้า ควรดูเรื่องการนอน ความเครียด วิตามินดี วิตามินบี ไทรอยด์ และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับไมโตคอนเดรีย

4. วางแผนอาหารและการออกกำลังกาย

การดูแลหลอดเลือดที่ดีควรเริ่มจากพื้นฐาน เช่น ลดน้ำตาล ลดแป้งขัดสี เพิ่มผัก เพิ่มโปรตีน เลือกไขมันดี ออกกำลังกายทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง รวมถึงดูแลการนอนให้ดีขึ้น

5. เลือกอาหารเสริมให้เหมาะกับผลตรวจ

Krill Prime อาจเหมาะกับคนที่ต้องการสนับสนุนโอเมก้า 3 หลอดเลือด สมอง และพลังงานเซลล์ แต่ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับผลเลือด โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และเป้าหมายสุขภาพของแต่ละคน


ใครที่ควรระวังก่อนใช้น้ำมันคริลล์

แม้น้ำมันคริลล์จะเป็นอาหารเสริม แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน

ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ หากคุณมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • แพ้อาหารทะเลหรือแพ้สัตว์ทะเลกลุ่ม shellfish
  • ใช้ยาละลายลิ่มเลือด
  • ใช้ยาต้านเกล็ดเลือด
  • มีโรคตับหรือโรคไต
  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • กำลังจะผ่าตัดหรือทำหัตถการ
  • มีโรคประจำตัวหลายอย่าง
  • ใช้ยาประจำหลายชนิด

และถ้าคุณมีไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ความดันสูง หรือโรคหัวใจอยู่แล้ว ไม่ควรหยุดยาเองเพื่อใช้อาหารเสริมแทน ควรให้แพทย์ช่วยประเมินและวางแผนให้เหมาะกับร่างกายของคุณ


ทำไมควรเริ่มดูแลตั้งแต่ค่าเลือดเริ่มเปลี่ยน

หลายคนรอให้มีอาการก่อนค่อยดูแล แต่ปัญหาหลอดเลือดจำนวนมากมักเริ่มจากผลเลือดที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป โดยยังไม่แสดงอาการชัดเจน

ถ้าเริ่มดูแลตั้งแต่ไขมันเริ่มสูง น้ำหนักเริ่มขึ้น หรือพลังงานเริ่มตก เรามักมีโอกาสปรับพฤติกรรมและดูแลร่างกายได้ง่ายกว่า

การดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ได้แปลว่าต้องกินอาหารเสริมเยอะขึ้น แต่คือการเข้าใจว่าร่างกายกำลังเปลี่ยนตรงไหน และเลือกวิธีดูแลให้ตรงจุดมากขึ้น

เป้าหมายไม่ใช่แค่ค่าเลือดดีขึ้น แต่คือการดูแลหัวใจ สมอง หลอดเลือด พลังงาน และคุณภาพชีวิตในระยะยาว


บทสรุป

น้ำมันคริลล์เป็นแหล่งโอเมก้า 3 ที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการดูแลหลอดเลือด หัวใจ สมอง และพลังงานเซลล์ในเชิงสนับสนุน โดย Krill Prime วางสูตรร่วมกับ MCT, CoQ10, Alpha Lipoic Acid, Vitamin D3, K2, Zinc, Astaxanthin, Grape Skin และ Tocopherol เพื่อเสริมแนวคิดการดูแลสุขภาพระดับเซลล์แบบองค์รวม

อย่างไรก็ตาม Krill Prime ไม่ใช่ยารักษาไขมันสูง โรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคหลอดเลือด และไม่ควรใช้แทนยาหรือแผนการรักษาของแพทย์

หากคุณตรวจพบไขมันในเลือดสูง เริ่มเหนื่อยง่าย สมองล้า หรืออยากดูแลหลอดเลือดและพลังงานเซลล์อย่างจริงจัง สามารถนัดปรึกษาแพทย์หรือทีมสุขภาพที่ Chrio Clinic เพื่อประเมินไขมัน เมตาบอลิก หลอดเลือด และเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะกับร่างกายของคุณได้

ดูแลหลอดเลือดตั้งแต่วันนี้ เพื่อหัวใจ สมอง และพลังงานชีวิตที่ดีกว่าในระยะยาว


[FAQ]

Q1: น้ำมันคริลล์ช่วยเรื่องอะไร?

A: น้ำมันคริลล์เป็นแหล่งโอเมก้า 3 ที่ช่วยสนับสนุนการดูแลไขมันดี เยื่อหุ้มเซลล์ หลอดเลือด หัวใจ สมอง และพลังงานเซลล์ในเชิงโภชนาการ แต่ไม่ใช่ยารักษาโรค และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสุขภาพพื้นฐานของแต่ละคน

Q2: น้ำมันคริลล์ต่างจากน้ำมันปลาอย่างไร?

A: น้ำมันคริลล์มีโอเมก้า 3 ที่อยู่ร่วมกับฟอสโฟลิพิด และมักมี Astaxanthin ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ส่วนความเหมาะสมขึ้นอยู่กับคุณภาพผลิตภัณฑ์ ปริมาณสารสำคัญ และสภาพร่างกายของแต่ละคน

Q3: Krill Prime เหมาะกับใคร?

A: Krill Prime เหมาะกับผู้ที่ต้องการสนับสนุนการดูแลโอเมก้า 3 หลอดเลือด สมอง พลังงานเซลล์ และสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะคนวัยทำงานหรือวัย 40+ ที่เริ่มใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน

Q4: ไขมันในเลือดสูง กิน Krill Prime แทนยาได้ไหม?

A: ไม่ควรกินแทนยา หากแพทย์สั่งยาลดไขมันหรือยารักษาโรคประจำตัวอยู่ ไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง Krill Prime ควรใช้เป็นตัวช่วยสนับสนุนร่วมกับอาหาร การออกกำลังกาย และแผนดูแลของแพทย์

Q5: Krill Prime ควรกินตอนไหน?

A: แนวทางตามข้อมูลผลิตภัณฑ์คือรับประทาน 1–2 แคปซูล หลังอาหารเช้า หรือตามฉลากผลิตภัณฑ์ ผู้ที่แพ้อาหารทะเล ใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้


อ่านรีวิวเพิ่มเติม

Chrio Women’s Health Series | Q&A

ฮอร์โมนผู้หญิงวัย 40 เปลี่ยนอย่างไร?

ฮอร์โมนผู้หญิงวัย 40 เปลี่ยนอย่างไร? Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 04: อายุ 40+ ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนอย่างไร ฮอร์โมนตัวไหนลดก่อนหลัง ทำไมบางเดือนดี บางเดือนกลับมีอาการ? ผู้หญิงหลายคนเมื่อเข้าสู่วัย 40+ เริ่มรู้สึกว่า “ร่างกายคาดเดายากขึ้น” เดือนนี้นอนดี

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Women’s Health Series | Q&A

ฮอร์โมนผู้หญิงวัย 40 ไม่ได้มีแค่ฮอร์โมนเพศ

Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 03: เมื่ออายุมากขึ้น ไม่ได้มีแค่ฮอร์โมนเพศหญิงที่ลดลง อาการเหนื่อย นอนไม่หลับ น้ำหนักขึ้น ยังมีฮอร์โมนอะไรเกี่ยวข้องบ้าง? เวลาพูดถึงฮอร์โมนในผู้หญิงวัย 40+ หลายคนมักนึกถึง Estrogen, Progesterone หรือ Testosterone ซึ่งถูกต้องค่ะ ฮอร์โมนเพศหญิงมีบทบาทสำคัญมาก

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Women’s Health Series | Q&A

ฮอร์โมนเพศหญิงมีอะไรบ้าง สำคัญอย่างไร?

Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 02: ฮอร์โมนเพศหญิงมีอะไรบ้าง และแต่ละตัวสำคัญอย่างไร? เวลาพูดถึง “ฮอร์โมนผู้หญิง” หลายคนนึกถึงแค่ Estrogen บางคนเข้าใจว่าฮอร์โมนเพศมีหน้าที่เพียงควบคุมประจำเดือน การตั้งครรภ์ และการมีลูก แต่จริง ๆ แล้ว ฮอร์โมนเพศมีผลต่อร่างกายของผู้หญิงมากกว่านั้นมากค่ะ ตั้งแต่สมอง อารมณ์

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Women’s Health Series | Q&A

ผู้หญิงวัย 40 ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนอย่างไร?

ผู้หญิงวัย 40 ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนอย่างไร? Chrio Women’s Health Series | Q&Aสุขภาพผู้หญิงที่ดี…เริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายตัวเอง40 คำถามที่ผู้หญิงวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 01: อายุ 40+ ร่างกายและฮอร์โมนผู้หญิงเริ่มเปลี่ยนอย่างไร? หลายคนพอเข้าสู่อายุ 40 แล้วเริ่มรู้สึกว่า “ทำไมช่วงนี้ร่างกายไม่เหมือนเดิม?” เมื่อก่อนนอนดึกก็ยังไหวแต่ตอนนี้นอนครบก็ยังเหนื่อย เมื่อก่อนกินแบบนี้น้ำหนักไม่ขึ้นแต่ตอนนี้น้ำหนักขึ้นง่าย โดยเฉพาะรอบเอว บางคนเริ่มมี

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Men’s Health Series | Q&A

ตรวจหลอดเลือดผู้ชาย รู้ได้อย่างไรว่าเสื่อมแค่ไหน?

ตรวจหลอดเลือดผู้ชาย รู้ได้อย่างไรว่าเสื่อมแค่ไหน? Chrio Men’s Health Series | Q&Aสุขภาพเพศที่ดี…เริ่มต้นจากสุขภาพกายที่ดีคำถามที่ผู้ชายวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 16: หมอครับ…ผมจะรู้ได้อย่างไรว่า “หลอดเลือดของผมเสื่อมไปแค่ไหนแล้ว?” หลังจากที่ผู้ชายหลายคนเริ่มเข้าใจว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ ED อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกของโรคหลอดเลือด คำถามต่อมาที่หมอมักได้ยินคือ “แล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่า หลอดเลือดของผมเริ่มเสื่อมแค่ไหนแล้ว?” “ถ้าแข็งตัวไม่เหมือนเดิม แปลว่าหลอดเลือดตีบแล้วหรือยัง?” “ต้องตรวจอะไรบ้างถึงจะรู้?”

อ่านเพิ่มเติม »
Chrio Men’s Health Series | Q&A

สุขภาพเพศชาย อาจเป็นสัญญาณแรกของโรคหลอดเลือด?

Chrio Men’s Health Series | Q&Aสุขภาพเพศที่ดี…เริ่มต้นจากสุขภาพกายที่ดีคำถามที่ผู้ชายวัย 40+ ถามหมอบ่อยที่สุด Q&A 15: หมอครับ…ทำไมปัญหาสุขภาพเพศ ถึงอาจเป็นสัญญาณแรกของโรคหลอดเลือด? “หมอครับ…” “ผมคิดว่าเป็นแค่เรื่องสุขภาพเพศ” “แต่ทำไมหมอบอกว่าต้องตรวจหลอดเลือดด้วย?” “มันเกี่ยวกับหัวใจจริง ๆ เหรอครับ?” คำถามนี้สำคัญมากค่ะ เพราะผู้ชายจำนวนมากมองว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction; ED เป็นเพียงปัญหาด้านความมั่นใจ หรือเป็นเรื่องคุณภาพชีวิตเฉพาะทางเพศเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม »
Scroll to Top